เปิดตัว! แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถยุคใหม่: ป้องกันเหนือชั้นกว่าที่คิด

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ สนามแข่งออฟโรดชื่อดัง “สิงห์ออฟโรดปาร์ค” จังหวัดกาญจนบุรี ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาและเป็นที่พูดถึงในหมู่นักขับ 4×4 เป็นอย่างมาก นายสมศักดิ์ ชัยพัฒนา เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ออฟโรดชื่อดัง “อู่ลุยแหลก” ได้นำรถกระบะคู่ใจที่ติดตั้ง แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ “Ironclad” ลงสนามทดสอบอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางสายตาผู้เข้าชมหลายร้อยคน

โดยปกติแล้ว การขับขี่แบบเอ็กซ์ตรีมในสนามที่มีอุปสรรคหินและหลุมบ่อขนาดใหญ่ มักจะสร้างความเสียหายให้กับห้องเครื่องและช่วงล่างของรถยนต์ได้ง่าย แต่ในวันนั้น รถของนายสมศักดิ์สามารถวิ่งผ่านด่านหฤโหดได้อย่างไร้รอยขีดข่วน แม้จะมีเสียงครูดหรือกระแทกดังขึ้นหลายครั้ง ทำให้หลายคนถึงกับประหลาดใจกับประสิทธิภาพของ เหล็กกันแคร้ง ที่ถูกติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ

นายสมศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากการทดสอบว่า “ผมเลือกใช้แผ่นกันกระแทกที่ผลิตจาก อลูมิเนียมหนา พิเศษ พร้อมเสริมโครงสร้างด้วยเทคโนโลยีการขึ้นรูปใหม่ล่าสุด ซึ่งช่วยกระจายแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิมมาก แม้จะต้อง การขับลุยป่า หรือปีนป่ายบนทางวิบากหนักๆ ผมก็มั่นใจว่า ห้องเกียร์ และชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ จะไม่ได้รับอันตราย” เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐาน

คำถามที่ว่า “ใส่กันแคร้งจำเป็นไหม?” ดูเหมือนจะได้รับคำตอบอย่างชัดเจนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด หรือผู้ที่ต้องใช้งานรถในสภาพถนนที่สมบุกสมบัน แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เสริมอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายร้ายแรง

อนาคตของ แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ กำลังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการผสานวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมยานยนต์เข้าด้วยกัน ผู้ผลิตหลายรายเริ่มหันมาพัฒนาแผ่นกันกระแทกที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทั้งประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการขับขี่

นี่คือข้อพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดถึง ประโยชน์ของการติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถเพื่อป้องกันความเสียหายขณะขับขี่ออฟโรด การลงทุนกับอุปกรณ์ป้องกันที่ดีตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการเสียเงินจำนวนมากไปกับการซ่อมแซมในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่นักขับออฟโรดทุกคนควรพิจารณา